วันเสาร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2560

เรียบเรียงโดย พญ.ดาริกา เอกบูรณะวัฒน์ (25 มกราคม 2559)
ในปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้เลยว่างานเชื่อมเป็นกระบวนการพื้นฐานในงานอุตสาหกรรมการผลิตผลิตภัณฑ์โลหะเกือบทุกชนิด พนักงานที่ทำหน้าที่เป็นช่างเชื่อมนั้นมีความเสี่ยงต่อสุขภาพจากการทำงานมากมาย ดังนี้
  • ไฟฟ้าช็อต (Electric shock) เป็นภาวะที่ร้ายแรงที่สุดในการเชื่อม เกิดจากการสัมผัสโลหะที่มีความต่างศักย์แตกต่างกันมาก ทำให้เกิดการบาดเจ็บรุนแรงจนถึงกับเสียชีวิตได้ นอกจากนั้นยังอาจเกิดอุบัติเหตุตามมาหลังจากเกิดไฟฟ้าช็อตอีกด้วย ดังนั้นผู้เชื่อมห้ามสัมผัสขั้วเชื่อมโดยตรงด้วยมือเปล่า ควรใส่เครื่องป้องกันอันตรายส่วนบุคคลให้เหมาะสม เช่น ถุงมือที่ใช้ต้องเป็นถุงมือเฉพาะสำหรับงานเชื่อม เลือกใช้ที่จับลวดเชื่อมให้เหมาะสมกับไฟฟ้าที่ใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดความร้อนสูง และตรวจสอบสายดินก่อนการเชื่อมทุกครั้ง
  • ฟูมและแก๊ส (Fumes and gases) เนื่องจากการเชื่อมเป็นการทำให้เกิดความร้อนของโลหะ ควันที่เกิดจากการเชื่อมมีส่วนประกอบของโลหะออกไซด์และสารเคลือบบนลวดเชื่อม ซึ่งฟูมที่เกิดขึ้นมีหลายชนิดขึ้นอยู่กับโลหะที่เชื่อม เช่น โครเมียม นิกเกิล อาร์ซินิก แมงกานีส เบอริลเลียม แคดเมียม โคบอลต์ ทองแดง ตะกั่ว สังกะสี เป็นต้น อาจทำให้เกิดไข้ไอโลหะได้ (metal fume fever) นอกจากนั้นยังมีแก๊สที่เกิดจากการเผาไหม้คือ คาร์บอนมอนอกไซด์ โอโซน ไนโตรเจนออกไซด์ เป็นต้น ซึ่งส่งผลต่อร่างกายหลายระบบ โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ ดังนั้นระหว่างการเชื่อมไม่ควรหายใจเอาฟูมและแก๊สเข้าไปโดยตรง ควรมีระบบระบายอากาศที่ดี เช่น มีเครื่องดูดอากาศ และมีการควบคุมระดับสารเคมีในอากาศให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย ส่วนผู้เชื่อมเอง ควรใส่เครื่องป้องกันอันตรายส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด
  • แสงจ้าและรังสีจากการเชื่อม (Visible light, ultraviolet and infrared radiation) แสงจ้าจากการเชื่อมเป็นอันตรายต่อดวงตาและอาจทำให้ผิวหนังไหม้ได้ รังสีในห้องเชื่อมที่เป็นอันตรายจะอยู่ในช่วงความถี่ตามองไม่เห็น คือรังสีใต้แดง (infrared) และรังสีเหนือม่วง (ultraviolet) ทำให้เกิดอันตรายต่อสายตาและผิวหนังได้อย่างรุนแรง คือ ดวงตาระคายเคืองถึงกับอักเสบและน้ำตาไหล (photokeratitis) ผิวหนังส่วนที่ได้รับรังสีจะเป็นเหตุให้ผิวไหม้และรู้สึกปวดแสบปวดร้อนเป็นเวลา 24 – 48 ชั่วโมงขึ้นไป และในระยะยาวมีความเสี่ยงในการเกิดต้อกระจกได้  ดังนั้นควรปกป้องสายตาโดยการใช้หน้ากากเชื่อมที่ติดตั้งแผ่นตัดแสงที่เหมาะสมกับชนิดของงาน องค์กร American Welding Society ได้กำหนดระดับความเข้มข้นของแผ่นตัดแสงที่เหมาะสมกับงานเชื่อมแต่ละประเภทไว้ ควรเลือกใช้แผ่นตัดแสงที่มีความเข้มสูงกว่าที่กำหนดไว้เสมอ
  • ท่าทางการทำงานที่ไม่เหมาะสม ในการเชื่อมหากต้องก้มตัว เอี้ยวตัว ย่อตัว คุกเข่า ยืนนานๆ ถือเครื่องมือเชื่อมหนักๆ เกร็งเป็นเวลานาน หรือเข้าไปเชื่อมในที่แคบ มีโอกาสเกิดการบาดเจ็บต่อระบบกระดูกและกล้ามเนื้อได้ ดังนั้นพนักงานเชื่อมควรคำนึงถึงท่าทางที่ถูกต้อง จัดหน้างานให้เหมาะสมไม่ต้องก้มมากเกินไป และควรมีเวลาพัก สำหรับยืดหยุ่นกล้ามเนื้อ
  • เสียงดัง ในบริเวณที่เชื่อมอาจมีเสียงดังซึ่งส่งผลต่อการได้ยิน ทำให้เกิดโรคประสาทหูเสื่อมจากเสียงดังได้ (noise-induced hearing loss) หากสัมผัสเสียงดังในเวลาเฉลี่ย 8 ชั่วโมงการทำงานตั้งแต่ 85 dB(A) ขึ้นไป โรงงานควรจัดทำโครงการอนุรักษ์การได้ยิน พนักงานเองควรใช้จุกอุดหู (ear plugs) หรือที่ครอบหู (ear muffs) เพื่อป้องกันความเสี่ยงนี้
  • อุบัติเหตุอื่นๆ ขณะเชื่อม ระหว่างการเชื่อมควรระวังอุบัติเหตุจากการสะดุดล้ม ลื่น ซึ่งเป็นอันตรายมากเพราะงานเชื่อมมีการใช้แก๊สและไฟฟ้า ดังนั้นควรมีการทำความสะอาดพื้น เก็บอุปกรณ์ให้เป็นระเบียบ รวมถึงตรวจสอบชิ้นส่วนของอุปกรณ์การเชื่อมโลหะให้มีความสมบูรณ์ในการใช้งาน นอกจากนั้นควรระวังการเกิดเพลิงไหม้ บริเวณพื้นที่ทำงานเชื่อมจะต้องปราศจากสารไวไฟชนิดต่างๆ ควรเตรียมเครื่องดับเพลิงไว้ในบริเวณพื้นที่ทำงาน ส่วนการระเบิดนั้นอาจเกิดขึ้นในขณะทำการเชื่อม ผงฝุ่นเล็ก ๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศอาจก่อให้เกิดการลุกไหม้ จึงควรมีการอบรมการซ้อมอัคคีภัยทุกปี
เอกสารอ้างอิง
  • American National Standards Institute (ANSI). ANSI Z49.1.Safety in Welding, Cutting, and Allied Processes. New York: ANSI; 2005.
  • Petkovsek J. Be prepared: five potential welding safety hazards to avoid. Occup Health Saf 2014;83(4):34,36, 38-9.
  • ดวงกมล วงษ์สวรรค์. อันตรายที่แฝงมากับงานเชื่อมกองพยาบาล โรงเรียนช่างฝีมือทหาร [อินเตอร์เน็ต]. 2556 [เข้าถึงเมื่อ 21 ม.ค. 2559]. เข้าถึงได้จาก: http://www.mtts.ac.th/MDSite/article1.html.
  • พรรณี นันทะแสง, กาญจนา นาถะพินธุ. ปัญหาสุขภาพและสภาพแวดลอมในการทำงานของช่างเชื่อมโลหะด้วยไฟฟ้าอำเภอเมืองจังหวัดหนองบัวลำภู. วารสารวิจัยสาธารณสขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 2555;5(3):21-30.
การบำรุงรักษา
·         ตรวจและบันทึกผลการตรวจเป็นประจำ ตรวจระดับและความชื้นของน้ำมันหล่อเย็นในหม้อแปลง ตรวจดูเศษฝุ่น ผงละอองโลหะต่างๆ การรั่วของกระแสไฟ สภาพแวดล้อมอยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม ไม่ร้อนหรือแออัดคับแคบเกินไป
·         ป้องกันไม่ให้มีความร้อนเกินขนาด ตรวจสอบด้วยเครื่องวัดกระแสไฟฟ้าเพื่อให้มั่นใจว่าขนาดของกระแสไฟฟ้าที่ใช้ไม่เกินพิกัดของเครื่องเชื่อม และสายเชื่อม
·         ทำความสะอาดอุปกรณ์เครื่องมืออยู่เสมอ ไม่ดัดแปลงสภาพของตัวเครื่องหรือชุดอุปกรณ์สายเชื่อม-สายดิน
·         ต้องแน่ใจว่าที่เครื่องเชื่อมมีที่ระบายอากาศและพัดลมระบายความร้อนในตัว และต้องใช้งานได้

ข้อปฏิบัติสำหรับช่างเชื่อม
·         ต้องตรวจสอบสายต่อภายนอกเครื่องเชื่อมทุกวัน จดบันทึกและรายงายสิ่งผิดปรกติของชุดสายเชื่อม และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น ลวดเชื่อม อุปกรณ์จับลวด หรืออุปกรณ์ส่วนหัวเชื่อม สายเชื่อม ฉนวนความร้อนที่เกิดขนาด หรือข้อ บกพร่องอื่นๆ
·         ต้องแน่ใจว่า ข้อต่อสายเชื่อมแน่นอยู่เสมอและหน้าสัมผัสต่างๆ ต้องสะอาด
·         ตรวจสอบสภาพสายเชื่อมและสายดิน มิให้เกิดการเสียหายหรือมีรอยรั่ว
·         ใช้งานอย่างถูกต้อง ไม่ดัดแปลงตัวเครื่องเชื่อม สายเชื่อม หรืออุปกรณ์ส่วนอื่นๆ หากมีการชำรุดของอุปกรณ์ต่างๆ ให้รีบเปลี่ยนทันที
·         การเชื่อมที่ใช้กระแสไฟสูงมาก สายไฟที่ใช้ต้องเป็นชนิดที่ทนกระแสสูงสุดในการใช้งานได้
·         หากเครื่องมีปัญหา หรือมีสิ่งผิดปกติ ควรหยุดพักเครื่อง และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าซ่อมแซมโดยทันที

ตรวจสอบชุดสายเชื่อม
·         การหลุดหลวมของหัวจับลวดเชื่อม, หรืออุปกรณ์ส่วนหัวต่างๆ
·         รอยไหม้ หรือการแตกร้าวของอุปกรณ์
·         ความร้อนเกินขนาด และความเสียหายของสายเคเบิ้ล และชุดอุปกรณ์ส่วนหัวเชื่อม
·         ยึดสายดินให้แน่นกับตัวชิ้นงานด้วยตัวจับชิ้นงาน (Ground Clamp) และมีขนาดของกำลังไฟที่เหมาะสม เช่น 300 แอมป์ 500 แอมป์ เป็นต้น
·         ต้องแน่ใจว่า สายไฟฟ้าที่ใช้ไม่ว่าจะเป็นสายดินหรือสายเชื่อมสามารถทนกระแสไฟฟ้าใช้งานสูงสุดได้


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น