เรียบเรียงโดย พญ.ดาริกา เอกบูรณะวัฒน์ (25 มกราคม 2559)
ในปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้เลยว่างานเชื่อมเป็นกระบวนการพื้นฐานในงานอุตสาหกรรมการผลิตผลิตภัณฑ์โลหะเกือบทุกชนิด
พนักงานที่ทำหน้าที่เป็นช่างเชื่อมนั้นมีความเสี่ยงต่อสุขภาพจากการทำงานมากมาย
ดังนี้
- ไฟฟ้าช็อต (Electric shock)
เป็นภาวะที่ร้ายแรงที่สุดในการเชื่อม
เกิดจากการสัมผัสโลหะที่มีความต่างศักย์แตกต่างกันมาก
ทำให้เกิดการบาดเจ็บรุนแรงจนถึงกับเสียชีวิตได้
นอกจากนั้นยังอาจเกิดอุบัติเหตุตามมาหลังจากเกิดไฟฟ้าช็อตอีกด้วย
ดังนั้นผู้เชื่อมห้ามสัมผัสขั้วเชื่อมโดยตรงด้วยมือเปล่า
ควรใส่เครื่องป้องกันอันตรายส่วนบุคคลให้เหมาะสม เช่น
ถุงมือที่ใช้ต้องเป็นถุงมือเฉพาะสำหรับงานเชื่อม
เลือกใช้ที่จับลวดเชื่อมให้เหมาะสมกับไฟฟ้าที่ใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดความร้อนสูง
และตรวจสอบสายดินก่อนการเชื่อมทุกครั้ง
- ฟูมและแก๊ส (Fumes and gases) เนื่องจากการเชื่อมเป็นการทำให้เกิดความร้อนของโลหะ ควันที่เกิดจากการเชื่อมมีส่วนประกอบของโลหะออกไซด์และสารเคลือบบนลวดเชื่อม
ซึ่งฟูมที่เกิดขึ้นมีหลายชนิดขึ้นอยู่กับโลหะที่เชื่อม เช่น โครเมียม นิกเกิล
อาร์ซินิก แมงกานีส เบอริลเลียม แคดเมียม โคบอลต์ ทองแดง ตะกั่ว สังกะสี
เป็นต้น อาจทำให้เกิดไข้ไอโลหะได้ (metal
fume fever) นอกจากนั้นยังมีแก๊สที่เกิดจากการเผาไหม้คือ
คาร์บอนมอนอกไซด์ โอโซน ไนโตรเจนออกไซด์ เป็นต้น ซึ่งส่งผลต่อร่างกายหลายระบบ
โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ
ดังนั้นระหว่างการเชื่อมไม่ควรหายใจเอาฟูมและแก๊สเข้าไปโดยตรง
ควรมีระบบระบายอากาศที่ดี เช่น มีเครื่องดูดอากาศ
และมีการควบคุมระดับสารเคมีในอากาศให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย ส่วนผู้เชื่อมเอง
ควรใส่เครื่องป้องกันอันตรายส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด
- แสงจ้าและรังสีจากการเชื่อม (Visible light, ultraviolet and infrared
radiation) แสงจ้าจากการเชื่อมเป็นอันตรายต่อดวงตาและอาจทำให้ผิวหนังไหม้ได้
รังสีในห้องเชื่อมที่เป็นอันตรายจะอยู่ในช่วงความถี่ตามองไม่เห็น
คือรังสีใต้แดง (infrared) และรังสีเหนือม่วง (ultraviolet)
ทำให้เกิดอันตรายต่อสายตาและผิวหนังได้อย่างรุนแรง
คือ ดวงตาระคายเคืองถึงกับอักเสบและน้ำตาไหล (photokeratitis)
ผิวหนังส่วนที่ได้รับรังสีจะเป็นเหตุให้ผิวไหม้และรู้สึกปวดแสบปวดร้อนเป็นเวลา
24 – 48 ชั่วโมงขึ้นไป
และในระยะยาวมีความเสี่ยงในการเกิดต้อกระจกได้
ดังนั้นควรปกป้องสายตาโดยการใช้หน้ากากเชื่อมที่ติดตั้งแผ่นตัดแสงที่เหมาะสมกับชนิดของงาน
องค์กร American Welding Society ได้กำหนดระดับความเข้มข้นของแผ่นตัดแสงที่เหมาะสมกับงานเชื่อมแต่ละประเภทไว้
ควรเลือกใช้แผ่นตัดแสงที่มีความเข้มสูงกว่าที่กำหนดไว้เสมอ
- ท่าทางการทำงานที่ไม่เหมาะสม ในการเชื่อมหากต้องก้มตัว
เอี้ยวตัว ย่อตัว คุกเข่า ยืนนานๆ ถือเครื่องมือเชื่อมหนักๆ เกร็งเป็นเวลานาน
หรือเข้าไปเชื่อมในที่แคบ
มีโอกาสเกิดการบาดเจ็บต่อระบบกระดูกและกล้ามเนื้อได้
ดังนั้นพนักงานเชื่อมควรคำนึงถึงท่าทางที่ถูกต้อง
จัดหน้างานให้เหมาะสมไม่ต้องก้มมากเกินไป และควรมีเวลาพัก
สำหรับยืดหยุ่นกล้ามเนื้อ
- เสียงดัง ในบริเวณที่เชื่อมอาจมีเสียงดังซึ่งส่งผลต่อการได้ยิน
ทำให้เกิดโรคประสาทหูเสื่อมจากเสียงดังได้ (noise-induced
hearing loss) หากสัมผัสเสียงดังในเวลาเฉลี่ย
8 ชั่วโมงการทำงานตั้งแต่ 85
dB(A) ขึ้นไป
โรงงานควรจัดทำโครงการอนุรักษ์การได้ยิน พนักงานเองควรใช้จุกอุดหู (ear plugs) หรือที่ครอบหู
(ear muffs) เพื่อป้องกันความเสี่ยงนี้
- อุบัติเหตุอื่นๆ
ขณะเชื่อม ระหว่างการเชื่อมควรระวังอุบัติเหตุจากการสะดุดล้ม ลื่น
ซึ่งเป็นอันตรายมากเพราะงานเชื่อมมีการใช้แก๊สและไฟฟ้า
ดังนั้นควรมีการทำความสะอาดพื้น เก็บอุปกรณ์ให้เป็นระเบียบ
รวมถึงตรวจสอบชิ้นส่วนของอุปกรณ์การเชื่อมโลหะให้มีความสมบูรณ์ในการใช้งาน
นอกจากนั้นควรระวังการเกิดเพลิงไหม้
บริเวณพื้นที่ทำงานเชื่อมจะต้องปราศจากสารไวไฟชนิดต่างๆ
ควรเตรียมเครื่องดับเพลิงไว้ในบริเวณพื้นที่ทำงาน
ส่วนการระเบิดนั้นอาจเกิดขึ้นในขณะทำการเชื่อม ผงฝุ่นเล็ก ๆ
ที่ลอยอยู่ในอากาศอาจก่อให้เกิดการลุกไหม้
จึงควรมีการอบรมการซ้อมอัคคีภัยทุกปี
เอกสารอ้างอิง
- American National Standards
Institute (ANSI). ANSI Z49.1.Safety in Welding, Cutting, and Allied
Processes. New York: ANSI; 2005.
- Petkovsek J. Be prepared: five
potential welding safety hazards to avoid. Occup Health
Saf 2014;83(4):34,36, 38-9.
- ดวงกมล วงษ์สวรรค์.
อันตรายที่แฝงมากับงานเชื่อมกองพยาบาล โรงเรียนช่างฝีมือทหาร [อินเตอร์เน็ต].
2556 [เข้าถึงเมื่อ 21
ม.ค. 2559]. เข้าถึงได้จาก:
http://www.mtts.ac.th/MDSite/article1.html.
- พรรณี นันทะแสง, กาญจนา
นาถะพินธุ.
ปัญหาสุขภาพและสภาพแวดลอมในการทำงานของช่างเชื่อมโลหะด้วยไฟฟ้าอำเภอเมืองจังหวัดหนองบัวลำภู.
วารสารวิจัยสาธารณสขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 2555;5(3):21-30.
การบำรุงรักษา
·
ตรวจและบันทึกผลการตรวจเป็นประจำ
ตรวจระดับและความชื้นของน้ำมันหล่อเย็นในหม้อแปลง ตรวจดูเศษฝุ่น ผงละอองโลหะต่างๆ
การรั่วของกระแสไฟ สภาพแวดล้อมอยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม
ไม่ร้อนหรือแออัดคับแคบเกินไป
·
ป้องกันไม่ให้มีความร้อนเกินขนาด
ตรวจสอบด้วยเครื่องวัดกระแสไฟฟ้าเพื่อให้มั่นใจว่าขนาดของกระแสไฟฟ้าที่ใช้ไม่เกินพิกัดของเครื่องเชื่อม
และสายเชื่อม
·
ทำความสะอาดอุปกรณ์เครื่องมืออยู่เสมอ
ไม่ดัดแปลงสภาพของตัวเครื่องหรือชุดอุปกรณ์สายเชื่อม-สายดิน
·
ต้องแน่ใจว่าที่เครื่องเชื่อมมีที่ระบายอากาศและพัดลมระบายความร้อนในตัว
และต้องใช้งานได้
·
ต้องตรวจสอบสายต่อภายนอกเครื่องเชื่อมทุกวัน
จดบันทึกและรายงายสิ่งผิดปรกติของชุดสายเชื่อม และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น
ลวดเชื่อม อุปกรณ์จับลวด หรืออุปกรณ์ส่วนหัวเชื่อม สายเชื่อม
ฉนวนความร้อนที่เกิดขนาด หรือข้อ บกพร่องอื่นๆ
·
ต้องแน่ใจว่า
ข้อต่อสายเชื่อมแน่นอยู่เสมอและหน้าสัมผัสต่างๆ ต้องสะอาด
·
ตรวจสอบสภาพสายเชื่อมและสายดิน
มิให้เกิดการเสียหายหรือมีรอยรั่ว
·
ใช้งานอย่างถูกต้อง
ไม่ดัดแปลงตัวเครื่องเชื่อม สายเชื่อม หรืออุปกรณ์ส่วนอื่นๆ
หากมีการชำรุดของอุปกรณ์ต่างๆ ให้รีบเปลี่ยนทันที
·
การเชื่อมที่ใช้กระแสไฟสูงมาก
สายไฟที่ใช้ต้องเป็นชนิดที่ทนกระแสสูงสุดในการใช้งานได้
·
หากเครื่องมีปัญหา
หรือมีสิ่งผิดปกติ ควรหยุดพักเครื่อง
และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าซ่อมแซมโดยทันที
ตรวจสอบชุดสายเชื่อม
·
การหลุดหลวมของหัวจับลวดเชื่อม, หรืออุปกรณ์ส่วนหัวต่างๆ
·
รอยไหม้
หรือการแตกร้าวของอุปกรณ์
·
ความร้อนเกินขนาด
และความเสียหายของสายเคเบิ้ล และชุดอุปกรณ์ส่วนหัวเชื่อม
·
ยึดสายดินให้แน่นกับตัวชิ้นงานด้วยตัวจับชิ้นงาน
(Ground Clamp) และมีขนาดของกำลังไฟที่เหมาะสม เช่น 300 แอมป์ 500 แอมป์ เป็นต้น
·
ต้องแน่ใจว่า สายไฟฟ้าที่ใช้ไม่ว่าจะเป็นสายดินหรือสายเชื่อมสามารถทนกระแสไฟฟ้าใช้งานสูงสุดได้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น